Willie's Tale

สกู๊ปหน้า 1 จากไทยรัฐ
อเมริกันพิทบูล เทอร์เรีย หมาเพชรฆาต? ทาสผู้ภักดี

5 มิถุนายน 2546 อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย กระโดดงับหัวน้องแตงโม หรือ ด.ญ.สุภาวดี ทองดีนุ้ย วัย 1 ปี 4 เดือน

แม้แตงโมจะปลอดภัยจากคมเขี้ยวของเจ้า "บูม" แล้วก็ตาม แต่ทว่าสังคมและกลุ่มคนรักสุนัขทั่วไป ยังคงมีโจทย์คาใจ...จะยกตำแหน่งสัตว์เลี้ยงแสนรักให้มันได้หรือ?

ในประเทศไทย กรณีน้องแตงโม เป็นครั้งแรก แต่ที่อังกฤษ มีรายงานเมื่อ 10 ปีก่อน เจ้าอเมริกัน พิทบูล กลายเป็นฆาตกรเมื่อมันกัดเด็กหญิงรายหนึ่ง...ถึงตาย

ปีที่แล้วมีรายงาน หมาพันธุ์เดียวกันนี้ 2 ตัว รุมขย้ำนางจูเลีย มาซเซียตโต หญิงชราชาวอเมริกัน ตายคาบ้านที่เมืองการ์ฟิลด์ รัฐนิวเจอร์ซีย์

ศพจูเลีย ยับเยิน เนื้อหนังฉีกขาดแหว่งวิ่นจากคมเขี้ยว การดิ้นรนเอาชีวิตรอด ข้อมือขวาเธอหัก ข้อมูลที่กระเทือนใจคนรักสัตว์ สุนัขคู่นั้น เธอขุนเลี้ยงมันมาตั้งแต่ อ้อนแต่ออก

ข่าวของจูเลีย สายตาคนทั้งโลกมองว่า พิทบูล เป็นสุนัขเนรคุณ เป็นสุนัขเพชฌฆาต

แต่ความเห็นอีกด้าน จากกลุ่มคนรักสุนัข ให้แง่คิด เจ้าอเมริกัน พิทบูล ฆ่าคนตายไปแล้ว 2 ศพ เปรียบเทียบกับสัตว์มีเขี้ยวชนิดอื่น เสือ สิงโต หรือจระเข้ ถือว่าสถิติฆ่าคนยังห่างกันลิบ

แมลงเล็กๆ ผึ้ง, ตัวต่อ ยังฆ่าคนตายได้มากกว่า

ยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับยุงลาย หรือแมลงวัน ต้นตอของไข้เลือดออก และอหิวาตกโรค เจ้าแมลงตัวเล็กๆ ถ้านับสถิติทำให้คนตาย ดีกรีความโหดร้ายทิ้งห่าง เจ้าพิทบูล หลายขุม

ลองมาทำความรู้จัก และเข้าใจกับสุนัขสายพันธุ์นี้กันดู

ประวัติศาสตร์สมัยโรมันชนะเข้าครอบครองเกาะอังกฤษ พวกโรมันได้นำอารยธรรมเข้ามา สร้างถนนหนทาง ท่อส่งน้ำ โบสถ์ ป้อมปราการ และวางรากฐานภาษาอังกฤษที่เรารู้จักกันทั่วโลก แล้วก็นำกีฬาสู้วัว (Bullbaiting) เข้ามาด้วย

กีฬาชนิดนี้ พัฒนามาจากการบูชาเทพมิทราส (Mithras) เทพเจ้าแห่งสงคราม

นับจากนั้น กีฬาสุนัขสู้วัว ก็ปักหลักฝังลึกในอังกฤษจนถึงต้นศตวรรษที่ 17

นับวันการเลือกสุนัขสู้กับวัวก็พัฒนา เดิมทีมีสุนัขหลายสายพันธุ์ เทอร์เรีย สุนัขต้อนฝูงสัตว์ (Cattie dog), สุนัขเลี้ยงแกะ (Shepherds) และสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆ ได้แก่ Bulldog และ มัสตีฟฟ์

สุนัขเหล่านี้ถูกนำมาผสมข้ามสายพันธุ์ จนเกิดสายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะพันธุ์ที่ตัวใหญ่ๆ อีกหลายพันธุ์ ส่วนใหญ่จะคัดพันธุ์ที่มีฟันและกรามที่แข็งแกร่ง ทรงพลัง มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ และมีความว่องไวสูง

พัฒนาจนกลายเป็นสุนัขสู้วัวโดยเฉพาะ

ต้นศตวรรษที่ 18 การหาวัวมาเพื่อกีฬาโบราณชนิดนี้ กลายเป็นสิ่งหายาก ลำบาก จนเสื่อมความนิยมไป

ค.ศ. 1835 กีฬาสู้วัว ถือเป็นสิ่งกฏหมาย สุดท้ายต้องถูกยกเลิก

แม้จะถูกยกเลิกไปแล้ว....แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้สนใจพัฒนากีฬารูปแบบใหม่ขึ้นมา คราวนี้จากสุนัขสู้กับวัว มาเป็นสุนัขสู้กับสุนัข

ขณะนั้นก็ยังมีสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ และดุร้าย หลงเหลือมาจากการสู้วัว อีกหลายสายพันธุ์ หนึ่งในนั้นคือ พิทบูล เทอร์เรีย ซึ่งกลุ่มผู้นิยมกีฬาสุนัขกัดสุนัข

พิทบูล เทอร์เรีย กลายเป็นเจ้าสังเวียน เป็นสุนัขที่มีพละกำลังมากที่สุด เท่าที่มีการพัฒนาสายพันธุ์กันมา ในความแข็งแรง ดุร้าย เสน่ห์ของมันอยู่ที่ความจงรักภักดี มีอารมณ์คงที่ต่อมนุษย์




ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกัน พิทบูล ได้รับเกียรติถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนธงชาติสหรัฐอเมริกา ขณะที่ อิงลิช บูลด็อก ใช้แทน ธง "ยูเนียนแจ็ค" ของอังกฤษ และเฟรนซ์บูลด็อก ใช้แทนธง "ไตรคัลเลอร์" ของฝรั่งเศษ

ด้วยธรรมชาติกัดไม่ปล่อย สุนัขสายพันธุ์นี้ ถือเป็นนักล่าโดยกำเนิด มันล่าได้ตั้งแต่ นก หนู ไปจนถึงหมูป่า มันมีความกล้าฝังลึก มันมีความอดทนต่อความเจ็บปวดทุกรูปแบบ แม้บาดแผลนั้นจะลึกและฉกรรณ์เพียงใด ไม่มีการโต้ตอบจากศัตรูใดที่จะทำให้มันร้องได้

สังเวียนกัดสุนัข 10 ปีที่แล้ว เคยมีข่าวว่าเศรษฐีไทยกลุ่มใหญ่ลุ่มหลงเกมโฉด นำเข้าพิทบูล และร็อทไวเลอร์ มากัดกัน มีการวางเงินเดิมพันกันเป็นแสน

มีการโฆษณาชวนเชิญ ท้าดวล ทางนิตยสารสัตว์เลี้ยงกันโจ่งครึ๋ม

การนัดดวลเขี้ยวสุนัข มักใช้หมู่บ้านชานเมือง ต่อมาสมาคมการป้องกันทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย ได้เปิดโปพฤติกรรมและเรียกร้องให้ปิดสังเวียนเกมโหดนี้จนเรียบร้อยแล้ว

เหล่านี้คือประวัติที่มาของสุนัขสายพันธุ์อเมริกัน พิทบูล ความน่าสนใจ จึงทำให้เป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักที่ตลาดต้องการกันอยู่

ณพันธ์ สุตัณฑวิบูลย์ เจ้าของคอกสุนัข "วิลลี่" อ.โพธาราม จ.ราชบุรี บอกว่า ก่อนตัดสินใจขายลูกสุนัข อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย ให้ใครสักคน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

"1. ผมต้องขอตรวจสอบประวัติคนซื้อ

2. ต้องให้ผมไปเยี่ยมที่บ้านของคนที่คิดจะซื้อไปเลี้ยง เพื่อจะได้ดูว่ามันมีความรักและการดูแลเป็นอย่างดี

3. ต้องให้สัญญาว่าจะไม่ส่งเสริมสนับสนุนการทรมาน หรือนำไปพนันกัดกันอย่างเด็ดขาด

4. ถ้าเบื่อ หรือไม่ต้องการเลี้ยง เลี้งไม่ไหว อย่าทิ้งขว้าง ไม่ดูแล ขอให้นำมาคืน

ณพันธ์ เลี้ยงเฉพาะอเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย มาตั้งแต่ปี 2530 ถ้ามีคนมาขอซื้อ และณพันธ์รู้จักนิสันใจคอกันดี ก็จะขายให้ตัวละ 25,000 - 30,000 บาท"



ณพันธ์ผูกพันสุนัขพันธุ์นี้ สมัยที่ไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขานำพ่อพันธุ์ชื่อ นินจา และแม่พันธุ์โรส กลับมาเลี้ยงที่ในเมืองไทย ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกเลี้ยงรายแรก

วันนี้ ณพันธ์ ก็ยังเลี้ยง อเมริกัน พิทบูล เพียงพันธุ์เดียว เขาให้เหตุผลว่า อเมริกัน พิทบูล ฉลาดมากเป็นพิเศษ คล่องแคล่ว ไม่อุ้ยอ้าย ขนสั้นเกรียน ง่ายต่อการดูแล

"ใครรังเกียจเสียงเห่าหอน น่ารำคาญ เลี้ยงอเมริกันพิทบูล จะไม่ผิดหวัง เพราะมันจะไม่ใช่หมาประเภท เห่าใบตองแห้ง"

คอกอเมริกันพิทบูลของ ณพันธ์ จดทะเบียนกับ U.K.C. (UNITED KENNEL CLUB) และ A.K.C. (AMERICAN KENNEL CLUB) สุนัขทุกตัวจะมี PEDIGREE ประวัติของพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่ชัดเจน และเป็นจริง

เคล็ดลับการเลี้ยงอเมริกันพิทบูล หากมันทำผิด ก็ควรรีบนำตัวเข้ากรงทันที เป็นการลงโทษ เพื่อให้มันได้คิดว่า สิ่งที่มันทำนั้น เป็นความผิด

การให้อาหารต้องใส่จาน และนำไว้ในกรงตลอด ต้องฝึกไม่ให้กินอาหารที่พื้น ป้องกันผู้ไม่ประสงค์ดี โยนอาหารปนยาพิษให้กิน

หลักการดูแลอเมริกันพิทบูล ก่อนการผสมพันธุ์ต้องถ่ายพยาธิและฉีดวัคซีนให้เรียบร้อย จากนั้นก็ผสมพันธุ์ ในช่วงที่แม่พันธุ์ตั้งท้อง 4 สัปดาห์แรกให้อาหารตามปกติวันละ 1 มื้อ สัปดาห์ที่ 5 ให้อาหารเพิ่ม 2 มื้อ สัปดาห์ที่ 6 เพิ่มเป็น 3 มื้อ จนกระทั่งคลอด

อเมริกันพิทบูล ส่วนใหญ่ คลอดลูกเองได้ คลอดแล้วตัดสายสะดือให้ยาว 1 เซนติเมตร อายุ 3-4-5 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิตัวกลม สัปดาห์ละ 1 คลั้ง สัปดาห์ที่ 6 ให้วัคซีนรวมคือ DHLPP คือวัคซีน หัด,ลำไส้อักเสบ, เล็ปโตสไปโสซีส และไข้หวัดใหญ่ สัปดาห์ที่ 8 ควรถ่ายพยาธิอีกครั้ง

ระหว่างที่กำลังเจริญเติบโต ต้องฝึกมันเข้าสังคม พาจูงไปเดินสวนสาธารณะ ให้รู้จักคนเยอะๆ และพยายามให้สุนัขแยกออกด้วยตัวเองว่า ใครคือมิตร และใครคือศัตรู เวลาหลุดออกจากเชือกหรือกรง หากจะกัดจะได้กัดถูกคน

ณพันธ์ยืนยันว่า ถ้าลองได้เลี้ยงอเมริกันพิทบูล ตั้งแต่เล็กๆ รับประกันได้ จะหลงเสน่ห์ความจงรักภักดีของมัน มันคือลูกน้องคู่ใจ ไม่เคยเรียกร้องวันหยุด ไม่มีวันลาพักร้อน และแน่นอน...ไม่ขอขึ้นค่าแรง

สิ่งตอบแทน...เหนือสิ่งอื่นใด ที่อเมริกันพิทบูล ต้องการ คือ ขอให้เจ้านายตบไหล่เบาๆ...เท่านั้นก็พอ


Copyright © 2003 Willie Kennel® All Right Reserved.
Contact us @ tanpit@williekennel.com or Tel. 032-232039, 01-8239914.